ขนาดตู้คอนเทนเนอร์สำคัญอย่างไร ไซส์ตู้ที่นิยมใช้มากที่สุด

Last updated: 23 มิ.ย. 2566  |  286 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ขนาดตู้คอนเทนเนอร์สำคัญอย่างไร ไซส์ตู้ที่นิยมใช้มากที่สุด

ตู้คอนเทนเนอร์ กลายเป็นอีกหนึ่งหัวใจที่มีความสำคัญมากที่สุด ของวงการโลจิสติกส์ เนื่องจากเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต้องใช้ในการบรรจุสินค้าเป็นจำนวนมากไว้ด้วยกัน ซึ่ง ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ ก็จะมีขนาดที่แตกต่างกันออกไป เพื่อตอบสนองต่อการใช้งาน ของผู้ส่งสินค้าแต่ละประเภท ทำให้ง่ายต่อการจัดระเบียบมากยิ่งขึ้น และสามารถเพิ่มพื้นที่สำหรับการขนส่งได้มากขึ้น หากพร้อมแล้วตามมาทำความรู้จัก ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ มีความสำคัญอย่างไรบ้าง รวมไปถึงการแนะนำไซส์ตู้คอนเทนเนอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ตามไปดูกันได้เลย

ขนาดตู้คอนเทนเนอร์สำคัญอย่างไร

ตู้คอนเทนเนอร์ ได้มีการออกแบบมาเพื่อที่จะบรรจุสินค้า จะมี ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ และประเภทที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการเลือกตู้คอนเทนเนอร์ตามขนาด มีความสำคัญมาก ต้องเลือกให้เหมาะสมต่อการใช้งาน เหมาะสมกับตัวสินค้าที่ต้องการบรรจุ และสามารถป้องกันสินค้าไม่ให้เกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง หรือการเคลื่อนย้ายได้ 

ประเภทของตู้คอนเทนเนอร์

1. ตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน (Dry Container)

ตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีหลายขนาดให้เลือกสรร มีความทนทานแข็งแรง แต่จะไม่มีระบบการควบคุมอุณหภูมิ ตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน เหมาะแก่การขนส่งเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าที่มีลักษณะแห้ง เป็นต้น

2. ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ (Reefer Container)

ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ จะติดตั้งเครื่องทำความเย็น พร้อมกับที่วัดอุณหภูมิ เพื่อที่จะแสดงอุณหภูมิ ของตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งจะมีอัตราค่าบริการที่แพงกว่าตู้คอนเทนเนอร์แบบมาตรฐานทั่วไป ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ เหมาะสำหรับการขนส่งอาหาร ยา ของสด รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่จะต้องควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมอยู่เสมอ

3. ตู้คอนเทนเนอร์เปิดหลังคา (Open Top Container)

ตู้คอนเทนเนอร์เปิดหลังคา ออกแบบตู้มาสูงเป็นพิเศษ ด้านบนจะไม่มีหลังคา เปิดโล่ง ตู้ประเภทนี้จะไม่สามารถวางสินค้าซ้อนกันได้ ใช้พื้นที่เปลือง แถมมีค่าบริการสูงกว่าตู้ประเภทอื่นๆ มีความเหมาะสมกับการขนส่ง สินค้าที่มีลักษณะสูง อาทิเช่น ยานพาหนะ เครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่ เป็นต้น

4. ตู้คอนเทนเนอร์แบบพื้นราบ (Flat-rack Container)

ตู้คอนเทนเนอร์แบบพื้นราบ ไม่มีผนังด้านบน และด้านข้าง จะเปิดโล่งออก ทำมาเพื่อที่จะบรรจุสินค้าที่มีลักษณะกว้าง และมีลักษณะสูงเกินตู้มาตรฐาน โดยเฉพาะ มีความเหมาะสมกับการขนส่ง เครื่องยนต์อุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้าง รถแทรกเตอร์ เป็นต้น

5. ตู้คอนเทนเนอร์บรรจุของเหลว (ISO Tank Container)

ตู้คอนเทนเนอร์บรรจุของเหลว ลักษณะเสมือนกับถังบรรจุของเหลว ซึ่งจะมีโครงสร้างครอบอยู่ เพื่อให้สามารถที่จะทับซ้อนกันได้ จึงมีความเหมาะสมแก่การบรรจุของเหลวโดยเฉพาะ

6. ตู้คอนเทนเนอร์ระบายอากาศ (Ventilated Container)

ตู้คอนเทนเนอร์ระบายอากาศ ช่องระบายอากาศจะอยู่ด้านบน และด้านล่างของตู้ สามารถระบายอากาศ และไอน้ำได้เป็นอย่างดี มักจะขนส่งสินค้าที่มีความชื้นสูง อาทิเช่น เมล็ดกาแฟ เมล็ดโกโก้ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่นๆ เป็นต้น ได้มีการออกแบบมาเพื่อที่จะป้องกันการเน่าเสีย แถมมีราคาถูกกว่าตู้คอนเทนเนอร์แบบควบคุมอุณหภูมิอีกด้วย

ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ที่นิยมในธุรกิจส่งออก

1. ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต

ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต รับน้ำหนักได้ถึง 21 ตัน เหมาะแก่การขนส่งสินค้าหนัก อาทิเช่น เครื่องจักร

2. ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต

แก่การขนส่งสินค้าเบา จำนวนมาก ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต รับน้ำหนักได้ถึง 26 ตัน เหมาะ

3. ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ไฮคิว์

ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ไฮคิว์ รับน้ำหนักได้ถึง 26 ตัน แก่การขนส่งสินค้าน้ำหนักเบา จำนวนมาก ขนาดใหญ่

สรุปขนาดตู้คอนเทนเนอร์สำคัญอย่างไร

เมื่อต้องการทำ ธุรกิจส่งออก นอกจากบริษัท AJ E-commerce ส่งออกดี ๆ แล้ว ตู้คอนเทนเนอร์ ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการขนส่งมากที่สุด ในบทความเบื้องต้นก็พาทุกท่านไปทำความรู้จัก ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ แต่ละประเภทกันไปแล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักส่งออกทุกท่านเป็นอย่างมาก

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้