แนะนำวิธีส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ

Last updated: 11 ส.ค. 2566  |  242 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แนะนำวิธีส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ

อยากส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหนดีบทความนี้มีคำตอบ ผู้ประกอบการที่กำลังขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับผลกำไรที่สูงขึ้น วันนี้เรามีวิธีส่งออกสินค้าไปต่างประเทศมาแนะนำ ไม่ว่าใครก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ถ้าหากมีฝันที่อยากขยายธุรกิจบอกเลยว่าไม่ไกลเกินเอื้อมและสามารถทำได้จริงๆ โดยวิธีการมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

5 วิธีส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ฉบับเริ่มต้น

1. ประเมินความพร้อมในการส่งออกของคุณ

ก่อนจะเริ่มตีตลาดต่างประเทศ เราควรประเมินความพร้อมของตัวเองก่อนเป็นลำดับแรก โดยผู้ประกอบการสามารถปรึกษากับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือ และให้ข้อมูลทางการค้าที่เป็นประโยชน์แบบเจาะลึก เพราะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าต่างประเทศที่สามารถวิเคราะห์แนวทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินค้าของคุณ รวมถึงเรื่องของการส่งออก ภาษี และข้อมูลอื่น ๆ ที่ผู้ประกอบการควรรู้ในการจะส่งสินค้าออกต่างประเทศ เรียกได้ว่านี้เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีที่สามารถตอบได้ทุกประเด็นในเรื่องของการค้าระหว่างประเทศเลยก็ว่าได้

2. มองหาตลาดหรือประเทศที่ต้องการส่งออก

ธุรกิจส่งออกที่เติบโตไม่ได้เกิดจากการคาดเดา แต่มันคือการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดต่างหาก ดังนั้น การหาความต้องการที่ตรงจุด ระบุให้ชัดเจน เช่น ประเทศ กลุ่มคนอายุเท่าไหร่ ใช้สินค้าแก้ปัญหาอะไร เป็นต้น การเจาะจงกลุ่มเป้าหมายจะทำให้ธุรกิจสามารถคิดค้นการตลาดที่มีประสิทธิภาพแม่นยำที่สุด อีกทั้งยังสามารถประหยัดต้นทุนหลายอย่างได้อย่างมาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องยืนยันว่าสินค้าของคุณควรไปต่อหรือควรหยุดแค่นี้ หรือใครยังไม่รู้ว่าจะส่งออกไปประเทศไหนดี AJ e-commerce ขอแนะนำตลาดยุโรป อเมริกา และจีน ถือเป็นตลาดที่เหมาะจะเริ่มต้นธุรกิจส่งออกอย่างมาก

3. ทำความเข้าใจกฎหมาย ข้อบังคับการค้าระหว่างประเทศ

อีกหนึ่งขั้นตอนที่ควรตระหนักและให้ความสำคัญ ไม่ว่าผู้ประกอบการจะขนส่งสินค้าออกต่างประเทศด้วยทางเรือหรือทางอากาศ ทุกเส้นทางจะต้องผ่านขั้นตอนพิธีการศุลกากรเสมอ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมมี ดังนี้

  • ใบขนส่งสินค้าขาออก
  • ใบบัญชีราคาสินค้า
  • ใบบัญชีรายละเอียดการบรรจุหีบห่อ
  • ใบพร้อมทำเรื่องประกันสินค้าด้วย
  • ใบรับรองทางด้านความปลอดภัยและมาตรฐานของสินค้า
  • ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าจากกรมการค้าต่างประเทศ
  • ใบคำร้องขอให้ในการตรวจสินค้าและบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์

4. เลือกตัวแทนขนส่งสินค้าที่เหมาะสม

การส่งออกสินค้าระหว่างประเทศแต่ละครั้ง ต้องใช้ต้นทุนในการขนส่งแต่ละครั้งสูงมาก เนื่องจากเป็นการขนย้ายสินค้าทางไกลเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากเกิดข้อผิดพลาดระหว่างทางหรือปลายทางในการขนส่ง ค่อนข้างจะใช้เวลาอย่างมากในการแก้ปัญหาแต่ละครั้ง นอกจากจะเสียเวลา เสียภาพลักษณ์ขององค์กรแล้ว ยังเสียต้นทุนมหาศาลอีกด้วย ดังนั้นควรหาดีลกับตัวแทนขนส่งที่เหมาะสมและไว้ใจได้ อาจจะมีวางเงื่อนล่วงหน้า เผื่อเกิดปัญหาต่าง ๆ จะได้มีแนวทางในการช่วยกันแก้ไขปัญหาไปด้วยกันได้

 5. การทำธุรกรรมระหว่างประเทศ

โดยปกติการค้าระหว่างประเทศมีโอกาสน้อยมากที่ผู้ประกอบการจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินบาท อาจจะพอมีอยู่บ้างถ้าเป็นประเทศเพื่อนบ้านบริเวณติดชายแดน ซึ่งจะยังคงนิยมใช้สกุลเงินของกันและกันในการแลกเปลี่ยนได้อยู่ แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ประกอบการต้องศึกษาก่อนว่าประเทศปลายทางที่ได้ทำธุรกรรมด้วยนั้น นิยมใช้เงินสกุลอะไร เช่น ดอลลาร์ สหรัฐ ยูโร หรือสกุลเงินเยน เป็นต้น ช่องว่างของมูลค่าของเงินแต่ละสกุลก็นับว่าสร้างผลกำไรได้เหมือนกัน ถ้าเข้าใจการบริหารจัดการแลกเปลี่ยนจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างมาก

สรุปบทความ

อย่างที่เราทราบกันดีว่า การค้าขายระหว่างประเทศ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างมีรายละเอียดมากมาย ดังนั้นนอกเหนือข้อมูลจากบทความที่กล่าวมาข้างต้น ยังคงมีรายละเอียดอีกมากมายที่ผู้ประกอบการควรศึกษาเพิ่มเติม แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด เพื่อประสบความสำเร็จในการส่งออกสินค้าทั่วโลก

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้